สรุปขั้นตอนและเงื่อนไข “โซลาร์ภาคประชาชน” รับเงินสนับสนุน 50,000 บาท

มติเห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินสนับสนุนค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 50,000 บาทต่อครัวเรือน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการโซลาร์ภาคประชาชน วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประชาชนลดภาระค่าไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินสนับสนุนค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 50,000 บาทต่อครัวเรือน จำกัดจำนวน 1,000,000 สิทธิ์ทั่วประเทศ

สิทธิประโยชน์ของโครงการ

  • เงินสนับสนุนค่าติดตั้ง: รัฐช่วยจ่ายค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้ง 50,000 บาทต่อราย
  • สัญญารับซื้อไฟคืน: รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบในราคา 2.20 บาทต่อหน่วย (สูงสุดไม่เกิน 5 kW) เป็นระยะเวลานาน 20 ปี
  • สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ: ดอกเบี้ยประมาณ 2.5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุดประมาณ 7 ปี
  • เปลี่ยน Smart Meter ฟรี: ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเครื่องวัดไฟฟ้าเพื่อรองรับระบบขายไฟคืน
  • รูปแบบการติดตั้ง: เลือกติดตั้งได้ทั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) บนพื้นดิน (Solar Ground Mount) หรือแบบลอยน้ำ (Floating Solar)

ระยะเวลาและช่องทางการลงทะเบียนโซลาร์เซลล์

  • กำหนดการลงทะเบียน: ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570
  • ช่องทางออนไลน์ (พื้นที่ กฟภ.): ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ peoplesolar.pea.co.th
  • ช่องทางออฟไลน์: ยื่นแบบฟอร์มพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนและบิลค่าไฟฟ้า ณ สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ (สามารถแนบหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทนได้)

โครงการนี้เปิดรับเฉพาะบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยเท่านั้น นิติบุคคลไม่สามารถขอรับสิทธิ์ได้

คุณสมบัติผู้ขอรับสิทธิ์โซลาร์เซลล์

  1. เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย และมีบัตรประจำตัวประชาชน
  2. เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย) ไม่รวมบ้านที่ใช้มิเตอร์ชั่วคราวหรือคอนโดมิเนียม (ตรวจสอบช่องประเภทในบิลค่าไฟ ต้องขึ้นต้นด้วยเลข 1 เช่น 1XXX)
  3. ชื่อ-นามสกุลของผู้ขอรับสิทธิ์ ต้องตรงกับชื่อเจ้าของเครื่องวัดไฟฟ้าในบิลค่าไฟ (หากไม่ตรง สามารถดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ณ สำนักงานการไฟฟ้า หรือผ่านแอปพลิเคชัน PEA Smart Plus ก่อนยื่นเรื่องได้)
  4. รับสิทธิ์ได้ 1 ครั้งต่อราย ตลอดระยะเวลาโครงการ (นับรวมทั้ง กฟภ. และ กฟน.)
  5. ไม่ใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 ที่เป็นมาตรการลดหย่อนภาษีค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสูงสุด 200,000 บาท
  6. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถรับสิทธิ์ได้ แต่ต้องยอมรับเงื่อนไขสละสิทธิ์การช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่วันที่ระบบเชื่อมต่อสำเร็จ

หลักเกณฑ์การติดตั้งเพื่อรับเงิน 50,000 บาท

  1. ขนาดกำลังผลิต: ต้องติดตั้งใหม่ หรือติดตั้งเพิ่มจากระบบเดิม ขนาดไม่ต่ำกว่า 5 kW และไม่เกิน 10 kW ต่อ 1 เครื่องวัดไฟฟ้า (กรณีติดตั้งเพิ่ม ส่วนที่เพิ่มต้องมีขนาด 5–10 kW)
  2. ผู้ให้บริการติดตั้ง: ต้องติดตั้งโดย กฟภ. กฟน. หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับการไฟฟ้าฯ เท่านั้น หากติดตั้งกับช่างหรือบริษัทที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน จะไม่สามารถรับเงินสนับสนุนได้
  3. วันที่ใบกำกับภาษี: ใบกำกับภาษีค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งต้องลงวันที่ตั้งแต่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และยื่นใช้สิทธิ์ภายใน 30 กันยายน 2570
  4. การยื่นเชื่อมต่อระบบ: ต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายของการไฟฟ้าฯ ผ่านระบบออนไลน์ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 และได้รับการอนุมัติเชื่อมต่อสำเร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570

เช็กรายชื่อผู้ให้บริการลงทะเบียนโซลาร์เซลล์

รูปแบบการจ่ายเงินสนับสนุน 50,000 บาท

  • กรณีชำระค่าติดตั้งเอง: ผู้ขอรับสิทธิ์จ่ายค่าติดตั้งเต็มจำนวนให้ผู้ให้บริการ เมื่อติดตั้งสำเร็จและผ่านเกณฑ์ กรมบัญชีกลางจะโอนเงิน 50,000 บาทคืนให้ผู้ขอรับสิทธิ์ผ่านระบบพร้อมเพย์เป็นรอบรายเดือน
  • กรณีขอสินเชื่อธนาคาร: ธนาคารจะจ่ายค่าติดตั้งเต็มจำนวนให้ผู้ให้บริการก่อน จากนั้นกรมบัญชีกลางจะโอนเงินสนับสนุน 50,000 บาทให้ธนาคารโดยตรง ประชาชนจะผ่อนชำระเฉพาะเงินต้นส่วนที่เหลือกับธนาคาร ทั้งนี้ หากมีการขายไฟคืน ระบบจะนำรายได้จากการขายไฟไปหักชำระค่างวดสินเชื่อก่อน ส่วนที่เหลือจึงจะคืนให้ประชาชน

5 ขั้นตอนการลงทะเบียนออนไลน์

  1. เตรียมข้อมูล: แอปพลิเคชัน ThaID หรือบัตรประชาชน, บิลค่าไฟฟ้า (สำหรับดูหมายเลข CA และ PEA No.) และเบอร์โทรศัพท์มือถือ
  2. ยืนยันตัวตน: เข้าสู่ระบบและยืนยันตัวตนผ่าน ThaID หรือกรอกข้อมูลบัตรประชาชน
  3. ตรวจสอบข้อมูล: ตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าและหมายเลข CA ให้ถูกต้อง
  4. ยอมรับเงื่อนไข: ตรวจสอบคุณสมบัติและกดยอมรับเงื่อนไขโครงการ
  5. ยื่นคำขอ: เลือกช่องทางติดต่อ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด แล้วกดส่งคำขอรับสิทธิ์